บันทึก NTUTEC (3)|สไลด์เป็นเพียงตัวประกอบ ผู้ก่อตั้งคือตัวเอก: Soft skill หลังพาทีมมาสี่ครั้ง
ไปเยือน NTUTEC พร้อมโมดูลสอนพิตช์และโค้ชการลงทุน Feedback จาก investment manager: ในสตาร์ทอัพ คนสำคัญมาก
นี่เป็นการเยือน NTUTEC ครั้งที่สามของผม คราวนี้ไปกับ Dennis จาก Digital Presentation Lab และ Simon จาก Finctory Dennis พูดมีโครงสร้างชัดเจน Simon ขึ้นเวทีเต็มพลัง ทั้งคู่มีคาแร็กเตอร์ชัดมาก ตอนกินข้าวผมถาม Dennis ว่าทำไมยังก่อตั้งบริษัทต่อได้ถึงตอนนี้ แม้เคยล้มเหลวแล้ว คำตอบสั้นๆ คือ “ไม่อยากให้คนอื่นมาจัดการ” ตรงไปตรงมาดี และตลกจริงๆ ตอนนี้เขามุ่งทำ AI กับคอร์สอบรมในองค์กร คราวนี้เอาโมดูลสไลด์ออกมาพิตช์แยก เพราะผมมักเป็นผู้สังเกตการณ์ พอเห็นคนอื่นพิตช์จึงรู้สึกว่ามีนิสัยบางอย่างถ้าแก้ได้ พิตช์จะลื่นขึ้นเยอะ
หลายอย่างด้านล่างก็เป็น ข้อผิดพลาดที่ผมเองมักทำ
1. ออกจากกรอบสไลด์ ตัวเอกคือ founder เสมอ
ข้อผิดพลาดที่ผมทำบ่อยที่สุดคือการยึดสไลด์เป็นตัวเอก
ถูกสไลด์ดึงจมูกไป พอถูกถามเรื่องหน้าที่อยู่หลังๆ ก็รีบคลิกคอมพิวเตอร์翻หน้า หรือถ้าสไลด์ไม่มีก็ตื่นตระหนก เริ่มพูดติดอ่าง
แต่สิ่งที่ VC ดูไม่ใช่สไลด์สวยแค่ไหน ตัวเอกคือตัวผู้ก่อตั้งเสมอ
แม้ไม่มีสไลด์ คุณก็ต้องเล่าความคิดให้ชัดและเล่าเรื่องจบ สไลด์คือตัวช่วย ไม่ใช่ไม้ค้ำ เมื่อถูกถามเนื้อหาที่เพิ่งมีในหน้า 8 แต่คุณยัง翻อยู่หน้า 3 อีกฝ่ายกำลังประเมินว่าคุณคิดเองได้ไหม และอธิบายตรรกะภายใต้ความกดดันได้ไหม นั่นคือเหตุผลที่ elevator pitch สามนาทีสำคัญ: ฝึกให้คุณอธิบายโมเดลธุรกิจด้วยคำพูดและความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว เมื่อสไลด์หายหรือพัง
ก่อนพาทีมขึ้นเวที ตอนนี้ผมจะเตือนเสมอ: ฝึกเล่าเรื่องให้จบก่อน แล้วค่อยฝึกจัดสไลด์ให้ตรงกับเรื่อง ลำดับกลับกัน พอขึ้นเวทีต้องตื่นตระหนกแน่
2. ครองพื้นที่: Why not me?
ข้อสังเกตที่สองเกี่ยวข้องกับข้อแรก แต่โน้มไปทาง “การมีอยู่”
คุณทำให้คนในห้องรู้สึกได้ไหมว่า คุณเกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้
Why not me? ต้องเป็นฉัน นอกจากฉันแล้วยังมีใครอีก ฉันจะทำเป้าหมายนี้ให้สำเร็จไม่ว่าจะอย่างไร
ตอน Simon แชร์ผู้ช่วยออมเงินของ Finctory เขาบอกว่าแม้จะสอนการลงทุนด้วย แต่หลายคนเพิ่งเริ่มรู้จักการเงินส่วนบุคคลหลังเข้าสู่โลกการทำงาน รากฐานจริงๆ ควรสร้างตั้งแต่สมัยนักศึกษา ประโยคนี้ผมโดนมาก ถ้าสมัยเรียนมีคนเตือนความสำคัญของการลงทุน บางทีผมอาจซื้อ Nvidia เร็วขึ้นสิบปี ตอนนี้เขาตีตำแหน่งชัดเจน: เป็นโค้ชการลงทุนจาก 0 ถึง NT$1 ล้าน สร้าง mindset ถังทองใบแรกก่อน
นี่ไม่ใช่ arrogance (ความหยิ่ง) แต่คือ ความมองเห็นได้ของ sense of mission VC ฟังพิตช์ “เราจะเปลี่ยนโลก” มาแล้วหลายร้อยชุด พวกเขาแยกได้ว่าใครท่องสคริปต์ และใครเชื่อจริงๆ ว่างานนี้ขาดตัวเองไม่ได้ ฟังดูลึกลับเพราะวัดยาก แต่คุณรู้สึกได้ว่าคนนี้มาเล่นเกมสตาร์ทอัพ หรือมาเพื่อเปลี่ยนอะไรจริงๆ ทำไมคุณถึงทำเรื่องนี้ จุดเข้าที่ต่างจากคนอื่นคืออะไร คำถามเหล่านี้ห้ามแค่ผ่านไปด้วย bullet point ในสไลด์ Team ผ่านน้ำเสียง สายตา และอารมณ์ตอนอธิบายปัญหา อีกฝ่ายต้องรู้สึกว่า: คนนี้จะทำจนจบ
3. ความรักต่อผลิตภัณฑ์ซ่อนไม่ได้
ข้อนี้คล้ายข้อสอง แต่ละเอียดกว่า
คุณรักผลิตภัณฑ์และบริการของตัวเองจริงไหม ผลิตภัณฑ์เหมือนลูก เมื่อคุณแชร์ สายตา น้ำเสียง และจังหวะทำให้คนข้างๆ รู้สึกชัดว่าคุณจริงจัง หรือแค่กำลังอ่านสเปกสินค้า
ตอนพาทีมนั่งฟัง ผมมักไม่ต้องดูสไลด์ แค่ดูสภาพ founder ตอนพูดถึงผลิตภัณฑ์ ก็เดาความทนทานของทีมได้คร่าวๆ
คนที่รักผลิตภัณฑ์ พอถูกถามคำถามยาก ตาจะเปล่งประกายแล้วถามกลับว่า “ลองฟีเจอร์ XX แล้วหรือยัง” คนที่ไม่รักจะตั้งการ์ดว่า “อันนี้เดี๋ยวเราค่อยทำ”
VC ลงทุนที่คน คนรักผลิตภัณฑ์ไหม ซ่อนไม่ได้
4. ตั้งใจตัด filler words
นี่ก็เป็นข้อผิดพลาดที่ผมทำบ่อย
พอพูดแล้วเครียด จะพูด “เอ่อ,” “โอเค,” “ก็คือ,” “ใช่,” “แล้วก็” รัวๆ Filler words ทำให้ดูไม่มั่นใจ และตัดจังหวะการเข้าใจของผู้ฟัง
ต้องฝึก ยอมหยุดพักและเว้นว่างอย่างเหมาะสม ดีกว่าฝืนดันคำออกมา ในพิตช์มืออาชีพ การหยุดคือพลัง Filler words คือเสียงรบกวน
วิธีฝึกของผมหยาบแต่ได้ผล: เปิดเครื่องอัดเสียงมือถือ พูดสามนาทีแล้วฟังเอง นับว่า “แล้วก็” โผล่กี่ครั้ง ครั้งแรกมักอาย แต่พัฒนาเร็วมาก Toastmasters ก็มีวิธีฝึกคล้ายกันชื่อ ah-counter: มีคนคอยนับว่าคุณพูด “ah” กี่ครั้ง
สรุป: ตัวตนที่แท้จริงคือตัวคุณเองเสมอ
ไม่ว่าจะเจอ VC ลูกค้า หรือแม้แต่คนเดท ตรรกะเหมือนกัน:
- คุณแสดงความหลงใหลในสิ่งที่ทำอยู่ไหม
- คำพูดและการปรากฏตัวของคุณมีฐานมั่นไหม
- คุณรักสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้จริงไหม
ตัวชี้วัดแข็งตัดสินว่าคุณเข้าประตูได้ไหม (พูดไว้ในตอนแรกของซีรีส์) Soft skill ตัดสินว่าอีกฝ่ายอยากเดินขั้นถัดไปกับคุณไหม
สไลด์จ้างคนทำได้ ตัวเลขจ้างคนคำนวณได้ แต่ คนที่ยืนบนเวที ไม่มีใครแทนคุณได้